สร้างจิตใต้สำนึกของความมั่งคั่ง

37

[ บทความจาก : #TheMoneyCoachTH ]

*บทความวันนี้ยาวมาก แต่มันมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนความคิดและชีวิตคุณ … ผมรับประกัน!!

ลูกช้างตัวหนึ่งถูกเจ้าของผูกไว้กับกิ่งไม้ตั้งแต่ยังเล็ก ทุกครั้งที่นายของมันต้องการไปทำธุระที่ไหน นายก็จะผูกมันไว้กับกิ่งไม้ในไร่ของเขาอยู่เสมอ หลายครั้งที่ลูกช้างพยายามดิ้นให้หลุดจากกิ่งไม้นั้น แต่ก็ไม่เคยทำได้เสียที

จนเมื่อมันเติบโตขึ้น นายก็ยังผูกมันไว้กับกิ่งไม้เล็กๆเหมือนเดิม ทั้งๆที่ด้วยขนาดของมันแล้ว เจ้าช้างสามารถดิ้นหลุดจากกิ่งไม้ที่นายผูกมันไว้ได้ไม่ยาก แต่มันก็ไม่เคยคิดที่จะทำเลยสักครั้ง ด้วยความเชื่อเดิมๆว่ามันคงไม่มีทางดิ้นหลุดจากกิ่งไม้นั้นเป็นแน่

elephant_chained

หลังจากจบกิจกรรมเกม Cashflow ครั้งล่าสุดมีสุภาพสตรีท่านหนึ่งเดินเข้ามาถามผมว่า “คนเราทุกคนสามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้หรือไม่?”

ผมมองสีหน้าเรียบเฉยของเธอสักครู่ก่อนตอบว่า “คนเรามีความสามารถและโอกาสที่จะมีอิสรภาพทางการเงินได้ทุกคน แต่ก็อย่างที่เห็นมีคนเพียงไม่กี่คนที่มีอิสรภาพทางการเงินได้”

ตอบไปอย่างนี้ก็รอคำถามถัดไปได้เลยนั่นคือ “ทำไม?” (แล้วก็จริงๆ เธอถามผมว่า “ทำไม”)

ผมไม่ตอบแต่ถามเธอกลับว่า “เคยได้ยินเรื่องช้างกับกิ่งไม้หรือเปล่า?” เธอตอบว่าเธอเคยอ่าน

ช้างมีพลังมากพอที่จะเอาชนะกิ่งไม้เล็กๆนั้นได้ และมีโอกาสมากพอที่จะหนีเพื่ออิสรภาพของตัวเอง เพราะเมื่อผูกมันไว้กับกิ่งไม้แล้วนายก็ปล่อยมันไว้ตามลำพัง แต่มันก็ไม่เคยทำมันไม่เคยหนีไม่เคยแม้แต่จะ “คิด”

คนเราก็เช่นกันมีคนเก่งมากมายที่ไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหน ขยันเพิ่มขึ้นเท่าใดก็ยังห่างไกลจากอิสรภาพทางการเงิน บางคนถึงขนาด “โอกาส” วิ่งมาหาตรงหน้า ก็ยังมองข้ามมันไป และเลือกที่จะอยู่อย่างปลอดภัยกับกิ่งไม้เดิมที่มีคนหยิบยื่นอาหารให้ตามเวลา ทิ้งโอกาสที่จะเป็นอิสรภาพไว้เบื้องหน้า ได้แต่มองแล้วก็คิดย้อนกลับไปกลับมา แต่ไม่เคยลงมือทำอะไรเสียที

“เกิดจากความกลัวหรือเปล่า?” เธอถามหลังจากตั้งใจฟังอยู่นาน

“ความกลัวไม่ใช่ต้นเหตุ ความกลัวเป็นผลลัพธ์ของความคิดของเรา” ถ้าถามคนส่วนใหญ่ที่มาเล่นเกม Cashflow แทบทั้งหมดจะตอบได้ว่าถ้าต้องการอิสรภาพทางการเงินต้องทำอย่างไร ก็แค่สร้างรายได้จากทรัพย์สิน (ธุรกิจ หุ้นอสังหาฯ ค่าลิขสิทธิ์) ให้ได้มากกว่ารายจ่ายต่อเดือน ความรู้หรือวิธีการเหล่านี้เรียนรู้กันได้หมด แต่ทำไมทุกคนถึงทำสิ่งที่เป็นโจทย์ง่ายๆ นี้ไม่ได้ คำตอบก็เพราะพวกเขาจนกับความคิดตัวเอง

cashflow-game

พวกจนกับความคิดมีหลายประเภท มีตั้งแต่รู้ดีไปหมดมีคอร์สสัมนาที่ไหนก็ไปก็เรียน แต่ทำไม่ได้หรือไม่ก็ไม่เคยทำ เพราะรู้สึกปลอดภัยกับสภาวะที่เป็นอยู่ ไปจนถึงกระทั่งไม่กล้าแม้แต่จะผลักตัวเองออกมาเรียนรู้หรือทำอะไรเพื่อตัวเอง

อย่างแรกนี่ยังพอทนเปรียบได้กับช้างที่แม้จะยังกลัว แต่ยังแอบออกแรงลองกระชากกิ่งไม้ดูบ้าง หรืออาจคิดหาเครื่องทุ่นแรงมาตัดเชือกบ้าง แต่อย่างหลังนี่น่ากลัวมากจัดอยู่ในกลุ่มความคิดความเชื่อต่อตัวเองพังทลายหมดแล้ว อย่าว่าแต่จะกระตุกเชือกเลย แค่คิดก็ยังไม่เคยทำเลยด้วยซ้ำ

“จนเงิน” ยังไม่น่ากลัวเท่า “จนความคิด” เธอสรุปความเอง

ใช่! เพราะไม่มีทางที่ขนาดความสำเร็จของคนเราจะใหญ่ไปกว่ากรอบความคิดของตัวเขาเอง

ถ้าต้องการมีอิสรภาพทางการเงิน คำถามแรกที่ต้องตอบก่อนก็คือ คุณเชื่อในตัวคุณเองหรือเปล่าว่า คุณมีอิสรภาพทางการเงินได้? คำถามแรกนี้เป็นคำถามที่สำคัญที่สุด เพราะหากคนเราไม่เชื่อมั่นในตัวเองแล้ว ก็จงลืมคำว่า “ความสำเร็จ” ไปได้เลย

เปรียบได้กับนักกีฬาที่ต้องมีความรู้สึกของความเป็นผู้ชนะ (Winning Mentality) ก่อนลงแข่งมีความกระหายที่จะลงเล่นอยากจะพิสูจน์ตัวเอง (ไม่ใช่ซึมกระทือใช้ชีวิตไปวันๆ) และที่สำคัญที่สุดคือเชื่อและมีความรู้สึกอย่างเต็มเปี่ยมว่าตัวเองจะเป็น “ผู้ชนะ”

ความรู้สึกที่ว่านี้เป็นความรู้สึกที่สำคัญมาก เพราะหากเราคิดว่าตัวเองไม่มีทางชนะหรือกลัวคู่แข่ง อย่างนี้ก็แพ้กันตั้งแต่ในมุ้งไปแล้ว อย่างนักกีฬาที่แพ้กันบ่อยๆหรือที่เรียกกันว่า “แพ้ทาง” นั้น จริงๆ แล้วจุดเริ่มต้นของความพ่ายแพ้ซ้ำๆ อาจอยู่ที่ภาวะจิตใจมากกว่าเรื่องของฝีมือ

ดังนั้นสำหรับนักกีฬาหากมีความรู้สึกของความเป็นผู้ชนะแล้ว ที่เหลือไม่ว่าจะเป็นแผนหรือระบบการเล่นรวมถึงแทคติคต่างๆก็สอนไม่ยากแล้ว

“ฉันเชื่อว่าฉันมีอิสรภาพทางการเงินได้” เธอตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ

งั้นก็มาถึงคำถามที่สอง “คุณเอาอะไรมาเชื่อว่าคุณมีอิสรภาพทางการเงินได้?”

เธอส่ายหน้าไม่เข้าใจคำถาม

action

ความเชื่อเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สร้างได้พัฒนาได้สั่งสมได้ (คล้ายความมั่งคั่ง) อย่างเราเชื่อเรื่องกรรม เพราะเราเรียนรู้เราศึกษา เราเห็นตัวอย่าง เราเจอประสบการณ์กับตัวเอง ก็เลยถูกปลูกถูกฝังจนเราเชื่อ และส่งผลต่อการกระทำทำให้เราเกรงกลัวบาปกรรม

ถ้าคิดว่าจะรวยได้ ถามว่าเรา “ลงมือ” เรียนรู้ศึกษาเห็นตัวอย่าง ลุยกับปัญหาจนเกิดองค์ความรู้และพัฒนาประสบการณ์ของตัวเองให้เพิ่มพูนขึ้นทุกวันหรือยัง หรือได้แค่พูดว่าเชื่อเชื่อ แต่ในใจไม่ใช่เพราะไม่เคยได้ทำอะไรตาม “ความเชื่อ” ของตัวเองเลย

ยกตัวอย่างถ้าเด็กคนหนึ่งฝันอยากเป็นนักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิคตอนอายุ 10 ขวบ (คิดได้เร็ว) แต่ก็ได้แต่คิดไม่ได้ทำอะไรจนตัวเองโตขึ้น อายุ18 ปีไปแล้วก็ยังไม่ได้ทำอะไร เชื่อเหลือเกินว่าความเชื่อต่อเหรียญทองโอลิมปิคของเด็กคนนี้จะลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ (บางทีอาจทิ้งไปตั้งแต่อายุ 15 แล้วก็ได้)

ตรงกันข้ามถ้าน้องคนนี้เริ่มต้นจากความเชื่อในตัวเอง (ตอนอายุน้อยเราเชื่ออะไรง่าย) ศึกษาหาต้นแบบ เรียนรู้วิธีการวิ่งที่ถูกต้องจากโค้ช กล้าและตัดสินใจลงแข่งจากงานเล็กๆอย่างคัดตัวโรงเรียนเสียก่อน (ถ้าคัดตัวโรงเรียนยังไม่กล้าเหรียญทองโอลิมปิคก็พับไปได้เลย) ชนะได้เป็นตัวโรงเรียน แล้วก็มาถึงกีฬาจังหวัด มาเป็นตัวแทนเขต เป็นทีมชาติ แล้วมุ่งไปสู่โอลิมปิค

นี่คือรูปแบบของการสร้างและพัฒนาความเชื่อ พูดให้ง่ายก็คือ เราจะพัฒนาความเชื่อมั่นขึ้นมาได้ ก็ต่อเมื่อเราลงทุนลงแรงเอาชนะปัญหาและอุปสรรคเล็กๆทีละน้อย แต่สม่ำเสมอจนเกิดความเชื่อและมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเราบรรลุเป้าหมายเล็กๆได้ เก่งขึ้นและเตรียมพร้อมที่จะเอาชนะปัญหาใหญ่ในอนาคตได้

ถ้าเชื่อว่าตัวเองรวยได้ ถามว่าวันนี้เรายังใช้จ่ายเกินตัวอยู่หรือเปล่า ออมเงินบ้างหรือยัง เรียนรู้และศึกษาวิธีการลงทุนกับเขาบ้างไหม หรือยังมักง่ายกับการลงทุนอยู่ ถ้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วเอาอะไรมาเชื่อ

ความเชื่อที่ดีต้องมีการกระทำมารองรับ ถ้าไม่มีเขาเรียก “งมงาย”

ถึงตรงนี้สุภาพสตรีคู่สนทนาของผมเงียบไปสักครู่ ก่อนจะถามคำถามขึ้นอีกครั้งว่า “แล้วถ้าลงมือทำแค่ไหนก็ยังไม่สำเร็จจะทำอย่างไร?”

focusFOCUS: Follow One Course Until Success

ก็ทำแค่สองอย่าง หนึ่งถามตัวเองว่าอิสรภาพทางการเงินใช่สิ่งที่เราต้องการหรือเปล่า ถ้าใช่จงโฟกัส (FOCUS) มุ่งมั่นและทุ่มเทกับมันต่อไป และสองวิเคราะห์วิธีการที่ไม่สำเร็จว่าเพราะอะไร? แล้วรู้จักคิดที่จะเปลี่ยนวิธีการบ้าง “เป้าหมายอยู่บนหินผาวิธีการอยู่บนพื้นทราย” เป้าหมายต้องชัดและหนักแน่น วิธีการต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาวการณ์ เมื่อใช้วิธีนี้ไม่ได้ก็ต้องหาวิธีการใหม่ อย่าคาดหวังสิ่งใหม่ๆ จากการกระทำเดิมๆ

เธอยิ้มพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนถามคำถามสุดท้ายว่า “อาจารย์มีอะไรจะสอนอีกหรือเปล่าคะ?”

เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มุ่งมั่นสู่อิสรภาพทางการเงินครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา :
#TheMoneyCoachTH

 

mlmonline,ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์,งานออนไลน์,mlm

ถูกใจ | แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น