mlmonline

คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเราอุตส่าห์อ่านหนังสือแทบตาย เหมือนอย่างที่คนอื่นคอยพร่ำบอกว่า “อยากประสบความสำเร็จในชีวิตต้องรู้จักอ่านหนังสือ หรือพยายามใฝ่หาความรู้” แต่ชีวิตก็ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างไปจากเดิม

ก่อนอื่นเลยขอย้อนกลับไปที่เหตุผลว่าทำไม คนที่ประสบความสำเร็จ ทั้งหลายจึงเป็นนักอ่าน และชอบแนะนำคนอื่นให้อ่านหนังสือ

ทำไมต้องอ่านหนังสือ

เพราะมันเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการเรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่นนะสิ!! คุณไม่ต้องไปงมหาวิธีเอาเอง แต่สามารถเรียนรู้ได้ในเวลาไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ จากหนังสือดีๆ ที่มีเป็นตั้ง

หลายคนบอกว่าพวกเขียนหนังสือขาย ไม่ดีไม่เก่งจริงหรอก พวกเขาก็แค่หารายได้จากการเขียนหนังสือ…

คิดแบบนี้ก็ไม่ถูกซักทีเดียว เพราะถึงแม้เขาไม่เคยประสบความสำเร็จจริง แต่เขาอาจขวนขวายหาความรู้มาเยอะมากๆ แล้วเอามาสรุปย่อยให้คุณอ่าน แบบนี้ไม่ดีหรือครับ

แล้วทำไมอ่านหนังสือชีวิตไม่เห็นจะเปลี่ยนแปลง

ง่ายมากครับ เพราะ “คุณอ่านหนังสือ แต่ไม่ลงมือทำ” การอ่านหนังสือเป็นประจำถือเป็นเรื่องยาก เพราะคนส่วนมากไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ถ้าคุณเป็นนักอ่านตัวยง ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปขั้นนึง เพียงแต่ยังไม่ใช่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด..

คุณต้องเอาสิ่งที่ได้จากหนังสือ ไปลงมือปฏิบัติ!!!

ไม่อย่างนั้นคุณจะเก่งแต่ทฤษฎี แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เหมือนมีความรู้ท่วมหัว แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เสียเวลาการอ่านหนังสือไปเปล่าๆ ที่สำคัญเชื่อไหมครับ การอ่านหนังสือสามารถเป็นการผัดวันประกันพรุ่งได้อย่างหนึ่ง

อ่านหนังสือเกี่ยวกับการผัดวันประกันพรุ่งอย่างไร?

อ่านแล้วอาจจะงงๆ ว่ามันผัดอย่างไร ประเด็นมันเป็นแบบนี้ครับ

เริ่มแรกเลยคุณอ่านหนังสือ เพราะอยากหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อลงมือทำตามเป้าหมาย แต่รู้ตัวอีกทีคุณก็อ่านหนังสือเยอะแยะไปหมด อ่านเท่าไหร่ก็ไม่พอ จนหนังสือเต็มคลังไปหมด แต่ไม่กล้าลงมือทำอยู่ดี เพราะ

  • กลัว
  • รู้สึกไม่พร้อมสักที
  • ไม่กล้าเสี่ยง

สุดท้ายมันกลายเป็นการผัดวันประกันพรุ่งไป คุณก็อ่านไปเรื่อยๆ คิดว่าสักวันนึงเดี๋ยวพออ่านจนความรู้แน่นก็จะลงมือทำเอง หรือไม่ก็ขอหาเคล็ดลับอีกนิดจะเริ่มแล้วอีกไม่เช้า (แต่ไม่รู้ชาติไหน)

ผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นครับ แต่มันก็ถือเป็นการผัดวันประกันพรุ่งนี้ในมุมที่ดี เพราะได้หาความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น อย่างไรก็ดีชีวิตมันเหมือนวนอยู่ในอ่าง ไม่ขยับไปไหนสักที

02

แล้วจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

การแก้ปัญหา ขอให้นำสิ่งที่อ่านมาลงมือทำครับ ง่ายๆ แบบนี้นั่นแหละ พูดเหมือนง่ายจริงไหม แต่เอาเข้าจริงน่าจะเป็นเรื่องยาก

ผมมีเคล็ดลับดีๆ มาฝากในการลงมือทำ ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณได้ แล้วยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอีกหลายเรื่องได้

เคล็ดลับในการหลอกสมอง

ก่อนอื่นให้นำสิ่งที่เรียนรู้มาวางแผนในการลงมือปฏิบัติในแต่ละวัน แบ่งเวลาสักวันละนิดวันละหน่อยในการลงมือทำ ขอแค่ความสม่ำเสมอ ไม่ต้องทุ่มเทโหมหนักในแต่ละวัน

เช่น คุณอ่านหนังสือเกี่ยวกับการวิ่ง ใจพร้อมแต่กายไม่พร้อม ก็ขอแค่ตั้งเป้าหมายในทุกวันว่า จะต้องไปใส่รองเท้าวิ่งแค่นั้น เพราะเมื่อคุณใส่รองเท้าเดี๋ยวก็อยากไปวิ่งเอง แค่ใส่รองเท้าก็ไปกากบาทที่แผนการว่าวันนี้ประสบความสำเร็จแล้ว ทำต่อไปเรื่อยๆ จนสำเร็จ

หรือ คุณอ่านหนังสือเกี่ยวกับ การทำธุรกิจ มา อยากนำมาปรับใช้ในองค์กร หรือที่ทำงาน แทนที่จะเริ่มทำแบบโครงการใหญ่ๆ ก็ค่อยๆ ทำทีละน้อย ให้ทุกคนไม่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่ใช้ความน้อย และสม่ำเสมอ จนท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว

ผมเคยใช้กับการเขียนหนังสือ การเขียนบทความยาวๆ อาจจะดูเหนื่อยและใช้เวลามากเกินไป ผมก็ตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่าจะเขียนวันละ 3 ย่อหน้า ซึ่งมันน้อยจนผมไม่ต้องรู้สึกเหนื่อยเลย และง่ายมากที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ พอเอาเข้าจริง ผมก็เขียนเกิน 3 ย่อหน้าทุกที

เคล็ดลับสำคัญ คือ ตั้งเป้าให้ง่ายจนสมองไม่รู้สึกว่ามันลำบาก และเน้นความสม่ำเสมอ การตั้งเป้าหมายแบบนี้เหมือนเป็นทริคในการหลอกสมองอย่างหนึ่ง สมองจะไม่ชอบทำอะไรที่มันเยอะๆ ยากๆ และที่สำคัญ พลังใจของคนมีจำกัด (Willpower) การทำอะไรที่ง่ายจึงไม่ต้องไปรบกวนเจ้าพลังใจนี้

ท้ายที่สุดนี้

คุณคงรู้แล้วว่าทำไมอ่านหนังสือแทบตาย แต่ชีวิตก็ไม่เห็นจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ตนเองคาดหวัง ก็เพราะคุณไม่รู้จักลงมือทำ

การลงมือทำมันยาก มันเหนื่อย ต้องทำอะไรที่ไม่คุ้นชิน ไหนจะเกิดความกังวลว่าที่อ่านมาจะไม่ได้ผลจริง เสียเวลาไปเปล่าๆ ผมก็นำเคล็ดลับในการลงมือทำมาฝาก หวังว่าทุกคนจะไม่เจอปัญหานี้กันอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามหลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ อาจเข้าใจว่า เฮ้ย! ไม่เห็นต้องอ่านหนังสือเยอะเลย เพราะอ่านไปก็ไม่เห็นลงมือทำกัน สุดท้ายก็ไม่ต่างจากคนที่ไม่อ่านหนังสือ

ผมอยากบอกอย่างนี้ครับ คนที่อ่านหนังสือเยอะ อย่างน้อยๆ พวกเขาจะมีทัศนคติ และกรอบความคิดที่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะไม่ได้ลงมือทำ แต่การคิดการพูดจะแตกต่างจากคนที่ไม่อ่านหนังสืออย่างแน่นอน คุณสังเกตคนที่อ่านเยอะ พวกเขาจะเหมือนคนมีของ

อ่านหนังสือเถอะครับ อ่านแล้วลงมือทำ ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด

แหล่งที่มาของบทความ :

 

mlmonline,ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์,งานออนไลน์,mlm